ความเป็นมา

วิทยุเอเชียเสรี…เชื่อมั่นในท่าที เสรีในโลกทรรศน์

ความเป็นมา

สถานีวิทยุเอเชียเสรีมีเป้าหมายหลักในการกระจายเสียงครอบคลุมพื้นที่ในเขตภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตลอดจนบริเวณตอนใต้ของจีนและด้วยกำลัง ส่ง 1,000 กิโลวัตต์ ทำให้มีรัศมีการกระจายเสียงครอบคลุมได้ทั่วทุกมุมโลก โดยมีกลุ่มผู้ฟังเป้าหมายหลักคือคนไทยทั้งในและนอกประเทศ โดยเฉพาะผู้ฟังในต่างจังหวัดและบริเวณชายแดนกระจายเสียงเป็นภาษาไทย และมีกลุ่มผู้ฟังเป้าหมายรอง ได้แก่ ผู้ฟังที่เป็นชาวเวียดนาม ลาว กัมพูชาและมาเลย์ ทำการกระจายเสียงใน 4 ภาษา คือ เวียดนาม ลาว เขมร และมาเลย์ รวมทั้งกลุ่มผู้ฟังทั่วไป ได้แก่ ชาวต่างชาติในประเทศไทย และในต่างประเทศ

โดยกระจายเสียงเป็นภาคภาษาอังกฤษตลอดระยะเวลา 30 ปี สถานีวิทยุเอเชียเสรีได้มีบทบาทสำคัญในการเผยแพร่ข้อมูลและข่าวสารสู่พี่น้องชาวไทยและประเทศเพื่อนบ้าน รวมไปถึงประชาชนชาวไทยและชาวอินโดจีนที่อาศัยอยู่ในประเทศต่าง ๆ ภายใต้คำขวัญที่ว่า "เชื่อมั่นในท่าที เสรีในโลกทรรศน์ "

3 ปี วิทยุสราญรมย์ The 3rd Anniversary of Radio Saranrom A.M. 1575 เพื่อไทย ก้าวไกล ทันโลก

วิทยุการทูตเพื่อประชาชน

สถานีวิทยุสราญรมย์ถือกำเนิดขึ้นเมื่อวันที่ 1 เมษายน 2541 โดยมีพิธีเปิดอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 21 เมษายน 2541เพื่อนำเสนอข่าวสารที่ถูกต้องเที่ยงตรงและฉับไว ตลอดจนบทความ วิทยาการและสาระบันเทิงที่เป็นประโยชน์ต่อกลุ่มผู้ฟังทั้งนี้เพื่อตอบสนองนโยบายการทูตเพื่อประชาชนของกระทรวงการต่างประเทศและเป็นกระจกของสังคมในการเผยแพร่วัฒนธรรมประเพณีและค่านิยมอันดีงามของไทย วิทยุสราญรมย์จึงเปรียบเสมือนสะพานที่ทอดยาวเชื่อมความเข้าใจอันดีระหว่างกระทรวงการต่างประเทศและประชาชน

ก่อนนั้น…สถานีวิทยุเอเชียเสรี The Past… The Voice of Free Asia-VFA

สถานีวิทยุเอเชียเสรี

ดำเนินงานโดยกองวิทยุกระจายเสียง กรมสารนิเทศ กระจายเสียงด้วยคลื่นขนาดกลางระบบ เอ.เอ็ม. 1575 กิโลเฮิทซ์ กำลังส่ง 1,000 กิโลวัตต์ เริ่มออกอากาศครั้งแรกเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2511

สถานีวิทยุเอเชียเสรี จัดตั้งขึ้นภายใต้ความตกลงว่าด้วยความร่วมมือด้านการกระจายเสียงระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2508 โดยมีวัตถุประสงค์คือ เพื่อป้องกันภัยคุกคามของลัทธิคอมมิวนิสต์ และเผยแพร่ความดีงามขอระบอบประชาธิปไตย รวมทั้งส่งเสริมเสรีภาพของประเทศไทยกับประเทศต่าง ๆ ในทวีปเอเชีย ซึ่งเป็นแนวทางการจัดรายการของสถานีในระยะเริ่มแรก กระทั่งประมาณปี 2530 ภายหลังสงครามเย็น จึงเปลี่ยนมาเป็นเพื่อมุ่งเน้นการส่งเสริมความเป็นมิตร ความเข้าใจอันดี และความร่วมมือระหว่างประเทศไทยกับประเทศเพื่อนบ้านเพื่อให้คนไทยทั้งในประเทศและต่างประเทศเข้าใจ และให้การสนับสนุนนโยบายต่างประเทศของไทย และเพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์ผลงานที่สำคัญต่าง ๆ ของรัฐบาลไทยและของกระทรวงการต่างประเทศ


ความตกลงว่าด้วยความร่วมมือด้านการกระจายเสียงไทย-สหรัฐฯ

  • ความตกลงฯ พ.ศ. 2508 เรื่องสถานีวิทยุกระจายเสียง 1,000 กิโลวัตต์

    (Thai - US Agreement on Megawatt Station)

    รัฐบาลไทยและรัฐบาลสหรัฐอเมริกา ได้ทำความตกลงว่าด้วยการจัดตั้งสถานีวิทยุกระจายเสียง 1,000 กิโลวัตต์ ในรูปของหนังสือแลกเปลี่ยน เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2508 ความตกลงฉบับนี้มีอายุ 15 ปี นับตั้งแต่วันเริ่มกระจายเสียง โดยได้รับการต่ออายุครั้งแรกเมื่อวันที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2526 เป็นเวลา 15 ปี (จนถึงวันที่ 27 มีนาคม พ.ศ.2541) และครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2536 เป็นเวลา 20 ปี ความตกลงฉบับนี้ มีการจัดตั้ง

    • สถานีส่งกระจายคลื่นขนาด 1,000 กิโลวัตต์ หรือ “สถานี 1,000 กิโลวัตต์” ที่ตำบลระโสม อำเภอภาชี จังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีเนื้อที่ประมาณ 130 ไร่ ขึ้นเป็นสถานีวิทยุเอเชียเสรี ต่อมาเมื่อวันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2541 ได้เปลี่ยนชื่อเป็นสถานีวิทยุสราญรมย์ เพื่อใช้ประโยชน์ในการกระจายเสียงร่วมกับ the Voice of America หรือ VOA
    • สถานีรับส่งสัญญาณวิทยุ หรือ “สถานีรับ” ที่ตำบลบ้านกลาง อำเภอเมือง จังหวัดปทุมธานี มีเนื้อที่ 61 ไร่ 40 ตารางวา และกรมประชาสัมพันธ์เข้าใช้ประโยชน์ภายหลังการต่ออายุความตกลงครั้งที่ 2
    • สถานีวิทยุ 100 กิโลวัตต์ ที่จังหวัดลำพูน เป็นของกรมประชาสัมพันธ์
  • ความตกลงว่าด้วยการจัดตั้งและออกอากาศสถานีวิทยุคลื่นสั้น บ้านดุง

    (Agreement on the Establishment and Operation of a Shortwave Radio Station at Bandung)

    เมื่อวันที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2527 รัฐบาลไทยและรัฐบาลสหรัฐฯ ได้ทำความตกลงว่าด้วยการ จัดตั้งสถานีวิทยุคลื่นสั้น ที่อำเภอบ้านดุง จังหวัดอุดรธานี เพื่อถ่ายทอดรายการกระจายเสียงของสถานีวิทยุ VOA ในรูปของหนังสือแลกเปลี่ยนระหว่างรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศกับเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำประเทศไทย

    ความตกลงฯ มีอายุ 25 ปี นับจากวันแรกของการกระจายเสียง คือวันที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2537 ทั้งสองฝ่ายสามารถขอต่ออายุความตกลงฯ ได้อีก 2 ครั้ง ครั้งละ 10 ปี ทั้งนี้ รัฐบาลสหรัฐฯ ได้จัดสร้างสถานีวิทยุที่อำเภอบ้านดุง จังหวัดอุดดรธานี บนเนื้อที่ประมาณ 3,400 ไร่ และมีการติดตั้งเครื่องส่งวิทยุคลื่นสั้น กำลังส่ง 500 กิโลวัตต์ จำนวน 7 เครื่อง ตามความตกลงฯ รัฐบาลไทย (กรมประชาสัมพันธ์) มีสิทธิที่จะแบ่งปันเวลากระจายเสียงและใช้ประโยชน์จากสถานีวิทยุฯ เพื่อกระจายเสียงรายการภาคภาษาต่างประเทศของไทยเอง และยังมีสิทธิที่จะแบ่งสรรเวลาให้แก่องค์การสหประชาชาติ เพื่อกระจายเสียงรายการของสหประชาชาติอีกด้วย

    ความตกลงดังกล่าวระบุด้วยว่า ทั้งสองฝ่ายตระหนักถึงความสำคัญของการกระจายเสียงคลื่นกลางไปยังประเทศอื่นในภูมิภาค พร้อมทั้งเห็นชอบให้มีการหารือเพื่อจัดตั้งอุปกรณ์เครื่องส่งวิทยุคลื่นกลางโดยมีสถานที่ตั้งอยู่ในบริเวณสถานีวิทยุตามความตกลงนี้

โครงการสัมมนานักจัดรายการวิทยุชายแดน

โครงการสัมมนานักจัดรายการวิทยุชายแดน

หลักการและเหตุผล

  • ประเทศไทยและสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวเป็นประเทศเพื่อนบ้านที่มีอาณาเขตติดกัน มีประวัติศาสตร์ความเป็นอยู่ วัฒนธรรม วิถีชีวิต ศาสนา และภาษาที่คล้ายคลึงกัน มีความสัมพันธ์อันดีต่อกันมายาวนาน ปัจจุบันหน่วยราชการไทยและเอกชนตามจังหวัดชายแดนในประเทศไทยได้ให้ความช่วยเหลือสปป. ลาวหลายด้าน เช่น การเกษตร การฝึกอบรมทางการแพทย์ การให้ทุนการศึกษา แต่ความช่วยเหลือเหล่านี้ประชาชนลาวไม่ได้รับทราบกันโดยแพร่หลายนัก ดังนั้น เพื่อให้เกิดความเข้าใจอันดีระหว่างประชาชนของทั้งสองประเทศ การประชาสัมพันธ์ตามแนวชายแดน ซึ่งริเริ่มโดยสมาคมนักจัดรายการวิทยุชายแดนนั้นมีความสำคัญอย่างยิ่ง นอกจากนี้การประชาสัมพันธ์ในรูปแบบภาคประชาชนไทย-ลาว จะเป็นรูปแบบที่มีความเหมาะสมกับลักษณะความสัมพันธ์ไทย-ลาว และสามารถเข้าถึงประชาชนของทั้งสองประเทศได้อย่างทั่วถึงกว่า
  • เนื่องจากประชาชนลาวส่วนมากรับฟังรายการวิทยุของไทยที่กระจายเสียงจากจังหวัดต่างๆ บริเวณชายแดนได้ ดังนั้น สถานเอกอัครราชทูต ณ เวียงจันทร์ และสถานกงสุลใหญ่ ณ แขวงสะหวันนะเขต จึงได้ให้ความสนับสนุนการจัดการสัมมนานักจัดรายการวิทยุตามแนวชายแดนที่ประกอบด้วยนักจัดรายการวิทยุจากภาคเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือ รวม 11 จังหวัด มาตั้งแต่โครงการนี้ได้เริ่มขึ้น เพื่อให้นักจัดรายการวิทยุได้รับทราบและเข้าใจถึงนโยบายของรัฐบาลไทยที่มีต่อสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวเพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างสองประเทศให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น